สูตรลำดับคือสมการที่ช่วยให้เราหาพจน์ที่ nn หรือผลรวมของ nn พจน์แรกของลำดับที่มีรูปแบบแน่นอนได้อย่างรวดเร็ว ในข้อสอบมักจะถามถึงสูตรลำดับเลขคณิตและลำดับเรขาคณิต ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือแยกให้ได้ว่า "ผลต่างคงที่หรือไม่" หรือ "อัตราส่วนคงที่หรือไม่"

นี่คือ 4 สูตรหลักที่นำไปใช้ได้ทันทีครับ

สรุปสูตรลำดับในภาพเดียว

สำหรับลำดับเลขคณิตที่มีผลต่างร่วมคือ dd

an=a1+(n1)da_n = a_1 + (n-1)d

Sn=n2(a1+an)=n2{2a1+(n1)d}S_n = \frac{n}{2}(a_1 + a_n) = \frac{n}{2}\{2a_1 + (n-1)d\}

สำหรับลำดับเรขาคณิตที่มีอัตราส่วนร่วมคือ rr

an=a1rn1a_n = a_1 r^{n-1}

Sn=a1(1rn)1rif r1S_n = \frac{a_1(1-r^n)}{1-r} \quad \text{if } r \ne 1

และถ้า r=1r = 1 ทุกพจน์จะมีค่าเป็น a1a_1 ดังนั้น

Sn=na1S_n = na_1

โดยที่ ana_n คือพจน์ที่ nn และ SnS_n คือผลรวมตั้งแต่พจน์แรกจนถึงพจน์ที่ nn คุณต้องตรวจสอบให้ดีว่าโจทย์ต้องการให้หาอะไร เพื่อป้องกันการใช้สูตรสลับกันครับ

วิธีแยกสูตรลำดับเลขคณิตและลำดับเรขาคณิต

ลำดับเลขคณิต คือลำดับที่ผลต่างของสองพจน์ที่อยู่ติดกันมีค่าคงที่ ตัวอย่างเช่น 3,7,11,15,3, 7, 11, 15, \dots จะเพิ่มขึ้นครั้งละ 44 เสมอ ดังนั้นผลต่างร่วมคือ d=4d=4

ลำดับเรขาคณิต คือลำดับที่อัตราส่วนของสองพจน์ที่อยู่ติดกันมีค่าคงที่ ตัวอย่างเช่น 2,6,18,54,2, 6, 18, 54, \dots จะเพิ่มขึ้นเป็น 33 เท่าในทุกๆ พจน์ ดังนั้นอัตราส่วนร่วมคือ r=3r=3

การแยกประเภทนี้สำคัญที่สุดครับ ถ้าผลต่างคงที่แต่ไปใช้สูตรลำดับเรขาคณิต หรืออัตราส่วนคงที่แต่ไปใช้สูตรลำดับเลขคณิต การคำนวณหลังจากนั้นจะผิดทั้งหมดทันที

ทำความเข้าใจที่มาของสูตรแบบเห็นภาพ

พจน์ทั่วไปของลำดับเลขคณิต an=a1+(n1)da_n = a_1 + (n-1)d คือผลลัพธ์จากการนำผลต่างร่วมมาบวกเข้ากับพจน์แรกจำนวน n1n-1 ครั้ง ให้มองว่าทุกครั้งที่ขยับไปหนึ่งตำแหน่ง จะมีการบวกด้วยจำนวนที่เท่ากันเสมอ

พจน์ทั่วไปของลำดับเรขาคณิต an=a1rn1a_n = a_1r^{n-1} คือผลลัพธ์จากการนำอัตราส่วนร่วมมาคูณกับพจน์แรกจำนวน n1n-1 ครั้ง เป็นโครงสร้างที่ค่าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามอัตราส่วนที่เท่ากันในทุกๆ ตำแหน่ง

ดังนั้น ลำดับเลขคณิตจะเปลี่ยนแปลงเป็นช่วงที่คงที่ ส่วนลำดับเรขาคณิตการเปลี่ยนแปลงจะเป็นแบบสะสม อย่างไรก็ตาม ในลำดับเรขาคณิตถ้าอัตราส่วนร่วมคือ 0<r<10 < r < 1 ค่าของพจน์จะค่อยๆ ลดลงครับ

ตัวอย่างสูตรลำดับ: การหาพจน์ทั่วไปและผลรวมพร้อมกัน

ลองพิจารณาลำดับ 5,8,11,14,5, 8, 11, 14, \dots

เนื่องจากผลต่างเป็น 33 เสมอ จึงเป็นลำดับเลขคณิต โดยมีพจน์แรกคือ a1=5a_1=5 และผลต่างร่วมคือ d=3d=3

การหาพจน์ที่ 10

เมื่อใช้สูตรพจน์ทั่วไปของลำดับเลขคณิต

an=a1+(n1)da_n = a_1 + (n-1)d

ดังนั้น

a10=5+(101)3=5+27=32a_{10} = 5 + (10-1) \cdot 3 = 5 + 27 = 32

นั่นคือ พจน์ที่ 10 คือ 3232

การหาผลรวม 10 พจน์แรก

ใช้สูตรผลรวม

Sn=n2(a1+an)S_n = \frac{n}{2}(a_1+a_n)

แทนค่า n=10n=10, a1=5a_1=5, a10=32a_{10}=32 ลงไปจะได้

S10=102(5+32)=537=185S_{10} = \frac{10}{2}(5+32) = 5 \cdot 37 = 185

หัวใจสำคัญของตัวอย่างนี้คือการแยกสัญลักษณ์ครับ a10a_{10} คือพจน์เดียว แต่ S10S_{10} คือค่าที่นำ 10 พจน์แรกมาบวกกันทั้งหมด คุณต้องอ่านโจทย์ให้ดีว่าต้องการ "พจน์ที่ 10" หรือ "ผลรวม 10 พจน์แรก"

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในเรื่องสูตรลำดับ

การใช้สูตรพจน์ทั่วไปสลับกับสูตรผลรวม

หลายคนต้องหา ana_n แต่ดันไปใช้สูตร SnS_n หรือในทางกลับกัน ต้องหาผลรวมแต่คำนวณแค่พจน์ทั่วไปแล้วจบ ต้องเช็กให้ชัวร์ว่าโจทย์ถาม "พจน์ที่เท่าไหร่" หรือ "ผลรวมกี่พจน์"

การมองเป็นผลต่างทั้งที่เป็นลำดับเรขาคณิต

ตัวอย่างเช่น 2,4,8,16,2, 4, 8, 16, \dots ผลต่างไม่คงที่ ดังนั้นจึงไม่ใช่ลำดับเลขคณิต ลำดับแบบนี้ต้องพิจารณาที่อัตราส่วนแทนครับ

การลืมเงื่อนไขในสูตรผลรวมลำดับเรขาคณิต

Sn=a1(1rn)1rS_n = \frac{a_1(1-r^n)}{1-r}

จะใช้ได้ทันทีก็ต่อเมื่อ r1r \ne 1 เท่านั้น หาก r=1r=1 ตัวส่วนจะเป็น 00 ซึ่งต้องจัดการแยกต่างหาก

การลืม n1n-1

ในสูตรพจน์ทั่วไป ana_n คือสถานะที่ยังไม่มีการเคลื่อนที่จากพจน์แรก ซึ่งต้องเป็น n=1n=1 ดังนั้นทั้งลำดับเลขคณิตและเรขาคณิตจึงต้องมี n1n-1 อยู่ในสูตร

สูตรลำดับใช้ตอนไหนบ้าง

สูตรลำดับไม่เพียงแต่ใช้ในข้อสอบ แต่ยังใช้บ่อยในสถานการณ์ที่มีการเพิ่มขึ้นหรืออัตราการซ้ำที่คงที่ เช่น เงินออมที่เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือนอย่างคงที่ สามารถมองได้ว่าเป็นลำดับเลขคณิต หรือปรากฏการณ์ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามสัดส่วนที่แน่นอน ก็สามารถสร้างแบบจำลองด้วยลำดับเรขาคณิตได้

อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบเงื่อนไขว่าสถานการณ์จริงเป็นลำดับเลขคณิตหรือเรขาคณิตที่แม่นยำหรือไม่ สูตรจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อรูปแบบของข้อมูลถูกต้องเท่านั้นครับ

ขั้นตอนการแก้โจทย์ลำดับ

ปกติแล้วสามารถแก้โจทย์ลำดับได้ตามลำดับขั้นตอนนี้ครับ

  1. ตรวจสอบว่าผลต่างคงที่ หรืออัตราส่วนคงที่
  2. ตรวจสอบว่าค่าที่ต้องการหาคือ ana_n หรือ SnS_n
  3. ถ้าเป็นลำดับเลขคณิต ให้หา dd ถ้าเป็นลำดับเรขาคณิต ให้หา rr
  4. แทนค่าลงในสูตรที่ตรงกับเงื่อนไข

แบบฝึกหัดแนะนำสำหรับขั้นต่อไป

ลองหา a20a_{20} และ S20S_{20} จากลำดับตัวอย่าง 5,8,11,14,5, 8, 11, 14, \dots ด้วยตัวเองดูครับ จากนั้นลองใช้คำถามเดียวกันนี้กับลำดับเรขาคณิต 3,6,12,24,3, 6, 12, 24, \dots จะทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าสูตรพจน์ทั่วไปและสูตรผลรวมแตกต่างกันอย่างไรเมื่อไหร่

ต้องการความช่วยเหลือในการแก้โจทย์?

อัปโหลดคำถามของคุณแล้วรับคำตอบแบบทีละขั้นตอนที่ผ่านการตรวจสอบในไม่กี่วินาที

เปิด GPAI Solver →