สมการการเคลื่อนที่คือสมการที่เชื่อมโยง แรงลัพธ์ ที่กระทำต่อวัตถุเข้ากับความเร่ง ในวิชาฟิสิกส์ระดับมัธยมปลาย สำหรับวัตถุที่มีมวลคงที่ เราจะเขียนได้ว่า

F=ma\sum F = ma

จุดสำคัญที่คุณควรจำไว้เมื่อค้นหาเรื่อง "สมการการเคลื่อนที่" คือ F=maF=ma ไม่ได้หมายความว่า "ถ้ามีแรง ความเร็วจะเปลี่ยน" แต่หมายถึงความสัมพันธ์ที่ว่า "ถ้ามีแรงลัพธ์ จะเกิดความเร่ง" ครับ

ทิศทางของความเร่งจะเป็นทิศเดียวกับทิศของแรงลัพธ์ นอกจากนี้ ยิ่งมวล mm มีค่ามากเท่าไหร่ ความเร่งก็จะยิ่งน้อยลงแม้จะใช้แรงลัพธ์เท่าเดิม สรุปคือ สมการการเคลื่อนที่เป็นกฎที่ใช้กำหนดว่า "ความเร็วจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดและมากน้อยเพียงใด" นั่นเอง

สมการการเคลื่อนที่บอกอะไรเราบ้าง

หัวใจสำคัญของสมการการเคลื่อนที่คือ แรงไม่ได้เป็นตัวกำหนดความเร็วโดยตรง แต่เป็นตัวกำหนด การเปลี่ยนแปลงของความเร็ว เมื่อมีแรงกระทำจะเกิดความเร่ง และหากความเร่งนั้นคงอยู่ ความเร็วก็จะเปลี่ยนแปลงไป

หากแรงลัพธ์คือ 00

F=0a=0\sum F = 0 \quad \Rightarrow \quad a = 0

ในกรณีนี้ วัตถุจะหยุดนิ่งต่อไป หรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ในแนวเส้นตรง ซึ่งแม้ว่าความเร่งจะเป็น 00 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความเร็วจะต้องเป็น 00 เสมอไป

เมื่อไหร่ที่สามารถใช้ F=maF=ma ได้

เราจะใช้ F=maF=ma ในรูปแบบนี้กับโจทย์ที่ ถือว่ามวลมีค่าคงที่ ซึ่งโจทย์ส่วนใหญ่ในระดับมัธยมปลาย เช่น รถทดลอง, พื้นเอียง, การตกแบบเสรี หรือเรื่องสปริง มักจะใช้เงื่อนไขนี้

ในทางกลับกัน หากเป็นสถานการณ์ที่มวลเปลี่ยนแปลง เช่น จรวดที่เผาผลาญเชื้อเพลิง การใช้เพียง F=maF=ma อาจไม่ปลอดภัย (ไม่แม่นยำ) ดังนั้นก่อนใช้งาน ให้ตรวจสอบก่อนว่า "โจทย์ข้อนี้สามารถมองว่ามวลคงที่ได้หรือไม่"

ขั้นตอนการตั้งสมการการเคลื่อนที่

  1. เลือกวัตถุที่ต้องการพิจารณา 1 ชิ้น
  2. วาดแผนภาพแรง (Free Body Diagram) ที่กระทำต่อวัตถุนั้น
  3. กำหนดทิศทางที่เป็นบวก
  4. หาแรงลัพธ์ในแต่ละทิศทาง
  5. ตั้งสมการ F=ma\sum F = ma เพื่อหาความเร่ง

สิ่งที่สำคัญคือ อย่าเพิ่งรีบแทนค่าตัวเลขลงใน mama ตั้งแต่แรก ให้จัดระเบียบแรงต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงตั้งสมการด้วย แรงลัพธ์ ที่เหลืออยู่ สำหรับกรณีพื้นเอียงหรือการเคลื่อนที่ 2 มิติ พื้นฐานคือการแยกแรงออกเป็นองค์ประกอบตามแนวแกน xx และแนวแกน yy ครับ

ตัวอย่าง: การหาความเร่งบนพื้นราบที่มีแรงเสียดทาน

สมมติว่ามีวัตถุมวล 2kg2\,\mathrm{kg} ถูกดึงไปทางขวาด้วยแรง 10N10\,\mathrm{N} และมีแรงเสียดทาน 4N4\,\mathrm{N} กระทำในทิศทางซ้าย โดยกำหนดให้มวลคงที่

หากกำหนดให้ทิศขวาเป็นบวก แรงลัพธ์คือ

F=104=6N\sum F = 10 - 4 = 6\,\mathrm{N}

เมื่อนำมาเข้าสมการการเคลื่อนที่ จะได้

6=2a6 = 2a

ดังนั้น

a=3m/s2a = 3\,\mathrm{m/s^2}

ที่ความเร่งมีทิศไปทางขวา ก็เพราะว่าแรงลัพธ์มีทิศไปทางขวานั่นเอง

จุดสำคัญของตัวอย่างนี้คือ เราไม่ได้ใช้ 10N10\,\mathrm{N} โดยตรง แต่ต้องพิจารณารวมถึงแรงเสียดทานด้วย และใช้แรงลัพธ์สุดท้ายคือ 6N6\,\mathrm{N} หากคุณสับสนในการตั้งสมการ ให้เตือนตัวเองว่า "สิ่งที่ต้องใส่ในสมการไม่ใช่แรงเพียงแรงเดียว แต่คือแรงลัพธ์" จะช่วยให้จัดระเบียบความคิดได้ง่ายขึ้นครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในสมการการเคลื่อนที่

ใช้แรงเพียงแรงเดียวแทนที่จะใช้แรงลัพธ์

นี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด สิ่งที่ต้องใส่ในสมการการเคลื่อนที่คือแรงลัพธ์ ไม่ใช่แค่แรงผลักหรือแรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียว

เขียนสมการโดยไม่กำหนดทิศทาง

หากไม่กำหนดว่าให้ขวาเป็นบวกหรือซ้ายเป็นบวก เครื่องหมายจะสับสนทันที ถ้ากำหนดทิศทางไว้ก่อน แรงที่ไปทางซ้ายก็แค่ใส่เครื่องหมายลบเข้าไป

สับสนระหว่างสมการการเคลื่อนที่กับสูตรการเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงที่

สมการอย่างเช่น

v=v0+at,x=x0+v0t+12at2v = v_0 + at,\qquad x = x_0 + v_0 t + \frac{1}{2}at^2

คือสูตรการเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงที่ ซึ่งไม่ใช่ตัวสมการการเคลื่อนที่ (F=ma) โดยตรง ขั้นตอนที่ถูกต้องคือ ใช้สมการการเคลื่อนที่หา aa ก่อน จากนั้นจึงนำไปใช้ในสูตรความเร็วหรือตำแหน่งหากจำเป็น

คิดว่า "สมดุล" กับ "การเคลื่อนที่" เป็นคนละเรื่องกัน

ไม่ว่าวัตถุจะหยุดนิ่ง หรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ หากความเร่งเป็น 00 จะได้ว่า

F=0\sum F = 0

ดังนั้น เรื่องสมดุลของแรงก็ถูกรวมอยู่ในสมการการเคลื่อนที่เรียบร้อยแล้วครับ

สมการการเคลื่อนที่ใช้ในสถานการณ์ใดบ้าง

เราใช้สมการการเคลื่อนที่ในทุกสถานการณ์ที่ต้องการหาการเคลื่อนที่จากแรง เช่น รถทดลอง, พื้นเอียง, ลิฟต์, การตกแบบเสรี, การเคลื่อนที่แบบวงกลม โดยเฉพาะโจทย์ที่ต้องการ "หาความเร่งเป็นอันดับแรก" สมการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นเสมอ

หากใช้ร่วมกับการวาดแผนภาพวัตถุอิสระ (Free Body Diagram) จะยิ่งใช้งานง่ายขึ้น การจัดระเบียบแรงในรูปภาพก่อนเขียนสมการ จะช่วยลดความผิดพลาดเรื่องเครื่องหมายหรือการลืมใส่แรงบางตัวได้อย่างมาก

วิธีจำง่ายๆ: "แรงลัพธ์ \rightarrow ความเร่ง \rightarrow การเปลี่ยนแปลงความเร็ว"

ให้มองว่า "แรงลัพธ์กำหนดความเร่ง และความเร่งนั้นนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของความเร็วและตำแหน่ง" หากคุณพยายามหาความเร็วทันทีที่เห็นแรง คุณจะข้ามขั้นตอนความเร่งและทำให้สับสนได้ง่าย

ลองฝึกดู

ลองใช้ตัวอย่างเดิม แต่เปลี่ยนแรงดึงเป็น 14N14\,\mathrm{N} แล้วลองคำนวณดูว่าความเร่งจะเปลี่ยนไปอย่างไร การลองเปลี่ยนค่าตัวเลขเพียงตัวเดียวแล้วเปรียบเทียบ จะทำให้คุณเห็นบทบาทของสมการการเคลื่อนที่ได้ชัดเจนขึ้นมากครับ

ต้องการความช่วยเหลือในการแก้โจทย์?

อัปโหลดคำถามของคุณแล้วรับคำตอบแบบทีละขั้นตอนที่ผ่านการตรวจสอบในไม่กี่วินาที

เปิด GPAI Solver →