สมการเชิงเส้นคือสมการที่ตัวแปรอยู่ในกำลัง 11 และไม่คูณกันเอง ถ้าเป็นหนึ่งตัวแปร รูปที่พบบ่อยคือ ax+b=cax + b = c โดยมีเงื่อนไขว่า a0a \ne 0 ถ้าเป็นสองตัวแปร มักเขียนได้เป็น Ax+By=CAx + By = C โดย AA และ BB ไม่เป็นศูนย์พร้อมกัน และกราฟจะเป็นเส้นตรง

เวลาค้นหาคำว่า "สมการเชิงเส้น" คนส่วนใหญ่มักต้องการสองอย่าง คือรู้ว่ามันหน้าตาแบบไหน และรู้ว่าเริ่มแก้อย่างไร บทความนี้จึงเน้นนิยามให้ชัดก่อน แล้วตามด้วยตัวอย่างทำทีละขั้น จุดที่มักพลาด และกรณีที่สมการเชิงเส้นถูกใช้จริง

สมการเชิงเส้นดูออกอย่างไร

ให้เช็กสองอย่างพร้อมกัน คือ ตัวแปรต้องอยู่ในกำลัง 11 และตัวแปรต้องไม่คูณกันเอง ถ้าเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งไม่ผ่าน สมการนั้นไม่ใช่สมการเชิงเส้น

ตัวอย่างที่เป็นสมการเชิงเส้น:

  • 3x5=103x - 5 = 10
  • 2x+3y=72x + 3y = 7
  • y=4x+1y = -4x + 1

ตัวอย่างที่ไม่ใช่สมการเชิงเส้น:

  • x21=0x^2 - 1 = 0
  • xy=6xy = 6
  • y=1xy = \frac{1}{x}

เหตุผลคือรูปเหล่านี้มีตัวแปรยกกำลังมากกว่า 11 คูณกันเอง หรืออยู่ในส่วนของตัวส่วน จึงไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงเส้น

แนวคิดของการแก้สมการเชิงเส้น

ในโจทย์หนึ่งตัวแปร เราแก้สมการเชิงเส้นด้วยการรักษาสมดุลของสองข้าง ถ้าบวก ลบ คูณ หรือหารด้านหนึ่งอย่างไร อีกด้านต้องทำแบบเดียวกัน จึงจะยังเป็นสมการเดิมในรูปที่สมมูลกัน

ในโจทย์สองตัวแปร จุดสำคัญคือ "อัตราการเปลี่ยนแปลงคงที่" เช่นใน y=2x+1y = 2x + 1 ถ้า xx เพิ่มขึ้น 11 ค่า yy จะเพิ่มขึ้น 22 ทุกครั้ง ภายใต้เงื่อนไขที่สมการอยู่ในรูปเชิงเส้น ความคงที่นี้เองที่ทำให้กราฟเป็นเส้นตรง ไม่โค้ง

ตัวอย่างสมการเชิงเส้นแบบทำทีละขั้น

แก้สมการ

4x+5=174x + 5 = 17

ลบ 55 ทั้งสองข้างก่อน:

4x=124x = 12

จากนั้นหารทั้งสองข้างด้วย 44:

x=3x = 3

ตรวจคำตอบโดยแทนกลับ:

4(3)+5=12+5=174(3) + 5 = 12 + 5 = 17

สมการเดิมเป็นจริง จึงได้คำตอบว่า x=3x = 3

ตัวอย่างนี้แสดงแกนหลักของการแก้สมการเชิงเส้นหนึ่งตัวแปร คือค่อย ๆ ย้อนการกระทำเพื่อแยกตัวแปรออกมา ถ้ามีวงเล็บหรือเศษส่วน ขั้นตอนจะยาวขึ้น แต่หลักคิดเรื่องสมดุลของสองข้างยังเหมือนเดิม

ทำไมสมการเชิงเส้นสองตัวแปรจึงเป็นเส้นตรง

ลองดูสมการ

y=2x+1y = 2x + 1

ถ้า x=0x = 0 จะได้ y=1y = 1 ถ้า x=1x = 1 จะได้ y=3y = 3 และถ้า x=2x = 2 จะได้ y=5y = 5 จะเห็นว่าทุกครั้งที่ xx เพิ่มขึ้น 11 ค่า yy เพิ่มขึ้น 22 เท่าเดิมเสมอ

เมื่อการเปลี่ยนแปลงคงที่แบบนี้ จุดที่ได้จึงเรียงตัวเป็นเส้นตรง ถ้าอัตราการเปลี่ยนไม่คงที่ เช่น y=x2y = x^2 กราฟจะไม่เป็นเส้นตรง นี่เป็นเหตุผลที่คำว่า "เชิงเส้น" เชื่อมโยงกับเส้นตรงโดยตรง

จุดที่มักพลาดเวลาเรียนสมการเชิงเส้น

คิดว่ามีตัวแปรแล้วต้องเป็นเชิงเส้นเสมอ

ไม่จริง สมการอย่าง x2=9x^2 = 9 ก็มีตัวแปร แต่ไม่ใช่สมการเชิงเส้น เพราะกำลังของตัวแปรไม่ใช่ 11

ย้ายข้างไม่สมมูล

เวลาแก้สมการ ต้องทำกับทั้งสองข้างเท่ากันเสมอ คำว่า "ย้ายข้าง" เป็นแค่ภาษาพูดที่ย่อจากการบวกหรือลบจำนวนเดียวกันทั้งสองข้าง ถ้าลบ 55 ด้านซ้าย แต่ไม่ลบด้านขวา สมการจะเสียสมดุลทันที

หารโดยไม่เช็กเงื่อนไข

ในรูป ax+b=cax + b = c การหารด้วย aa ใช้ได้เมื่อ a0a \ne 0 ถ้า a=0a = 0 สมการจะไม่อยู่ในรูปสมการเชิงเส้นหนึ่งตัวแปรตามปกติแล้ว

สมการเชิงเส้นใช้เมื่อไร

สมการเชิงเส้นใช้บ่อยมากเมื่อปริมาณเปลี่ยนด้วยอัตราคงที่ เช่น

  • ค่าโดยสารที่มีค่าตั้งต้นบวกค่าบริการต่อระยะทาง
  • เงินเดือนรายชั่วโมงที่คิดตามจำนวนชั่วโมงทำงาน
  • ความสัมพันธ์ง่าย ๆ ในกราฟที่เพิ่มหรือลดอย่างสม่ำเสมอ

จึงเป็นหัวข้อพื้นฐานของพีชคณิต การเขียนกราฟ และการสร้างแบบจำลองอย่างง่ายในวิทยาศาสตร์หรือชีวิตประจำวัน

สรุปสมการเชิงเส้นให้จำได้เร็ว

ถ้าจะจำสั้นที่สุด ให้จำว่าสมการเชิงเส้นคือสมการที่ตัวแปรอยู่ในกำลัง 11 และไม่คูณกันเอง ถ้าเป็นสองตัวแปร กราฟจะเป็นเส้นตรงเพราะอัตราการเปลี่ยนแปลงคงที่

เวลาเจอโจทย์หนึ่งตัวแปร ให้คิดเรื่องการรักษาสมดุลของสองข้าง เวลาเจอโจทย์สองตัวแปร ให้คิดเรื่องเส้นตรงและการเปลี่ยนแปลงที่คงที่

ลองทำต่อเอง

ลองแก้

5x8=225x - 8 = 22

แล้วตรวจคำตอบด้วยการแทนกลับ จากนั้นลองดูสมการ

y=3x+4y = -3x + 4

และอธิบายด้วยคำพูดของตัวเองว่าเมื่อ xx เพิ่มขึ้น 11 ค่า yy เปลี่ยนอย่างไร ถ้าคุณเริ่มคล่องแล้ว ลองแก้โจทย์ที่มีวงเล็บหรือเศษส่วนต่ออีกข้อ เพื่อดูว่าหลักสมดุลเดิมยังใช้ได้เหมือนเดิม

ต้องการความช่วยเหลือในการแก้โจทย์?

อัปโหลดคำถามของคุณแล้วรับคำตอบแบบทีละขั้นตอนที่ผ่านการตรวจสอบในไม่กี่วินาที

เปิด GPAI Solver →