สมการกำลังสองคือสมการที่เขียนให้อยู่ในรูป

ax2+bx+c=0ax^2 + bx + c = 0

โดยมีเงื่อนไขว่า a0a \ne 0 นั่นแปลว่าเลขชี้กำลังสูงสุดของตัวแปรเป็น 22 ถ้า a=0a = 0 พจน์ x2x^2 จะหายไป และสมการจะไม่ใช่สมการกำลังสองอีก

ถ้าคุณค้นหาว่า "สมการกำลังสองคืออะไร" หรือ "สูตรสมการกำลังสองใช้ยังไง" ให้จำแก่นสั้น ๆ ก่อน: จัดสมการให้อยู่ในรูปมาตรฐาน อ่านค่า aa, bb, cc ให้ถูก แล้วเลือกวิธีแก้ ถ้าแยกตัวประกอบไม่ง่าย สูตรสมการกำลังสองเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้ได้ตรงไปตรงมา

สมการกำลังสองดูออกอย่างไร

ให้เช็กสองอย่างพร้อมกัน คือเลขชี้กำลังสูงสุดของตัวแปรต้องเป็น 22 และสมการต้องจัดรูปได้เป็น

ax2+bx+c=0ax^2 + bx + c = 0

ถ้าผ่านทั้งสองข้อ ก็เป็นสมการกำลังสอง

ตัวอย่างที่เป็นสมการกำลังสอง:

  • x25x+6=0x^2 - 5x + 6 = 0
  • 2x2+x3=02x^2 + x - 3 = 0
  • 3x2=12x93x^2 = 12x - 9

ตัวอย่างที่ไม่ใช่:

  • x31=0x^3 - 1 = 0
  • 2x+7=02x + 7 = 0
  • xy+1=0xy + 1 = 0

ข้อสำคัญคือบางโจทย์ต้องจัดรูปก่อนจึงจะเห็นชัด เช่น 3x2=12x93x^2 = 12x - 9 ต้องย้ายข้างเป็น 3x212x+9=03x^2 - 12x + 9 = 0 ก่อน

สูตรสมการกำลังสองใช้เมื่อไร

เมื่อสมการอยู่ในรูปมาตรฐานแล้ว สูตรที่ใช้ได้เสมอคือ

x=b±b24ac2ax = \frac{-b \pm \sqrt{b^2 - 4ac}}{2a}

สูตรนี้เหมาะเมื่อแยกตัวประกอบได้ไม่ง่าย หรือเมื่อคุณต้องการวิธีมาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกข้อภายใต้เงื่อนไขว่า a0a \ne 0

อีกค่าหนึ่งที่ควรรู้คือ

Δ=b24ac\Delta = b^2 - 4ac

ซึ่งช่วยบอกลักษณะของคำตอบ ถ้าพิจารณาในจำนวนจริง:

  • ถ้า Δ>0\Delta > 0 จะมีคำตอบจริง 22 ค่าต่างกัน
  • ถ้า Δ=0\Delta = 0 จะมีคำตอบจริง 11 ค่าซ้ำ
  • ถ้า Δ<0\Delta < 0 จะไม่มีคำตอบจริง

ทำไมสมการกำลังสองจึงมักมีสองคำตอบ

ให้มองสมการกำลังสองผ่านกราฟของ

y=ax2+bx+cy = ax^2 + bx + c

กราฟนี้เป็นพาราโบลา ไม่ใช่เส้นตรง คำตอบของสมการคือค่า xx ที่ทำให้กราฟตัดแกน xx หรือแตะแกน xx

จึงไม่แปลกที่สมการกำลังสองอาจมีสองคำตอบ หนึ่งคำตอบซ้ำ หรือไม่มีคำตอบจริงเลย เพราะพาราโบลาอาจตัดแกน xx สองจุด แตะเพียงจุดเดียว หรือไม่ตัดเลย

ตัวอย่างแก้สมการกำลังสองทีละขั้น

แก้สมการ

2x2+x3=02x^2 + x - 3 = 0

สมการนี้อยู่ในรูปมาตรฐานแล้ว ดังนั้นอ่านได้ว่า

a=2,b=1,c=3a = 2,\quad b = 1,\quad c = -3

เริ่มจากหาค่า b24acb^2 - 4ac

b24ac=124(2)(3)=1+24=25b^2 - 4ac = 1^2 - 4(2)(-3) = 1 + 24 = 25

แทนลงในสูตรสมการกำลังสอง

x=1±252(2)x = \frac{-1 \pm \sqrt{25}}{2(2)}

จึงได้

x=1±54x = \frac{-1 \pm 5}{4}

แยกเป็นสองกรณี

x=1+54=1x = \frac{-1 + 5}{4} = 1

และ

x=154=32x = \frac{-1 - 5}{4} = -\frac{3}{2}

ดังนั้นคำตอบคือ x=1x = 1 และ x=32x = -\frac{3}{2}

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าแม้จะไม่ได้เดาการแยกตัวประกอบ สูตรก็ยังพาไปถึงคำตอบได้ตรง ๆ

จุดที่มักพลาดเวลาแก้สมการกำลังสอง

ไม่ย้ายสมการให้อยู่ในรูป ax2+bx+c=0ax^2 + bx + c = 0

สูตรสมการกำลังสองอ่านค่า aa, bb, cc จากรูปมาตรฐาน ถ้ายังไม่ย้ายข้างก่อน มักใส่ค่าผิดตั้งแต่ต้น

อ่านเครื่องหมายของ bb หรือ cc ผิด

เช่นใน 2x2+x3=02x^2 + x - 3 = 0 ค่า cc คือ 3-3 ไม่ใช่ 33 พอเครื่องหมายผิด ค่า b24acb^2 - 4ac ก็ผิดตามทันที

ลืมเครื่องหมาย pm\\pm

สูตรให้สองกรณี ถ้าลืม pm\\pm คุณอาจเก็บคำตอบมาได้แค่ครึ่งเดียว

คิดว่าสมการกำลังสองต้องมีคำตอบจริงเสมอ

ไม่จริง ถ้า b24ac<0b^2 - 4ac < 0 สมการจะไม่มีคำตอบจริง แม้ยังเป็นสมการกำลังสองอยู่

สมการกำลังสองใช้ในเรื่องไหน

หัวข้อนี้เจอบ่อยในพีชคณิต การวาดกราฟ และโจทย์ประยุกต์ที่มีความสัมพันธ์โค้ง เช่น

  • การหาจุดตัดแกนของพาราโบลา
  • การหาค่าสูงสุดหรือต่ำสุดของนิพจน์กำลังสอง
  • โจทย์การเคลื่อนที่หรือเรขาคณิตบางแบบที่เกิดพจน์ x2x^2

ดังนั้นแม้เป้าหมายตอนนี้จะเป็นแค่สอบผ่าน การเข้าใจสมการกำลังสองให้แม่นจะช่วยต่อยอดไปยังกราฟ ฟังก์ชัน และแคลคูลัสพื้นฐานได้ง่ายขึ้น

สรุปสมการกำลังสองให้จำได้เร็ว

สมการกำลังสองคือสมการที่จัดให้อยู่ในรูป ax2+bx+c=0ax^2 + bx + c = 0 ได้ โดย a0a \ne 0 วิธีเริ่มที่ปลอดภัยที่สุดคือจัดรูปก่อน อ่านค่า aa, bb, cc ให้ถูก แล้วค่อยเลือกวิธีแก้

ถ้าโจทย์แยกตัวประกอบได้ง่ายก็ใช้วิธีนั้น แต่ถ้าต้องการวิธีที่ใช้ได้ทั่วไป ให้ใช้สูตร

x=b±b24ac2ax = \frac{-b \pm \sqrt{b^2 - 4ac}}{2a}

และใช้ b24acb^2 - 4ac ช่วยเช็กภาพรวมของคำตอบจริง

ลองทำโจทย์ที่คล้ายกัน

ลองแก้

x24x5=0x^2 - 4x - 5 = 0

ก่อนด้วยการแยกตัวประกอบ แล้วลองแก้อีกครั้งด้วยสูตรสมการกำลังสองเพื่อเทียบคำตอบ วิธีนี้ช่วยให้เห็นว่าทั้งสองทางให้ผลตรงกัน

ถ้าคุณอยากลองต่ออีกข้อ ลองทำโจทย์ที่แยกตัวประกอบไม่ง่าย แล้วเช็กทุกขั้นด้วยการแทนค่ากลับในสมการเดิม

ต้องการความช่วยเหลือในการแก้โจทย์?

อัปโหลดคำถามของคุณแล้วรับคำตอบแบบทีละขั้นตอนที่ผ่านการตรวจสอบในไม่กี่วินาที

เปิด GPAI Solver →