ทฤษฎีบทพีทาโกรัสคือสูตรสำหรับหาความยาวด้านในสามเหลี่ยมมุมฉาก ถ้าด้านประกอบมุมฉากยาว aa และ bb และด้านตรงข้ามมุมฉากยาว cc จะได้ว่า

c2=a2+b2c^2 = a^2 + b^2

ถ้าคุณค้นหา "สูตรพีทาโกรัส" สิ่งที่ต้องรู้ที่สุดมีแค่นี้: สูตรนี้ใช้ได้เมื่อโจทย์เป็น สามเหลี่ยมมุมฉากเท่านั้น และ cc ต้องเป็นด้านที่อยู่ตรงข้ามมุมฉากเสมอ

สูตรพีทาโกรัสหมายความว่าอะไร

สูตรนี้ไม่ได้บอกว่าเอาความยาวมาบวกกันตรง ๆ แต่บอกว่า "กำลังสองของด้านตรงข้ามมุมฉาก" เท่ากับ "ผลบวกของกำลังสองของอีกสองด้าน"

ถ้ามองเป็นภาพเรขาคณิต จะเทียบได้กับพื้นที่ของสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนแต่ละด้าน โดยพื้นที่บนด้าน cc จะเท่ากับผลรวมของพื้นที่บนด้าน aa และ bb นี่คือเหตุผลที่พจน์กำลังสองสำคัญมาก และทำไมเราไม่เขียนว่า c=a+bc = a + b

ด้านไหนคือ aa, bb และ cc

cc คือด้านตรงข้ามมุมฉาก หรือด้านที่ยาวที่สุดของสามเหลี่ยมมุมฉาก ส่วน aa และ bb คือสองด้านที่ประกอบกันเป็นมุม 9090^\circ

ถ้าระบุตัวอักษรผิดตั้งแต่ต้น สูตรจะยังคำนวณได้ แต่คำตอบจะผิดทันที เวลาทำโจทย์จึงควรหาด้านตรงข้ามมุมฉากก่อนเสมอ แล้วค่อยแทนค่าลงในสมการ

ทำไมสูตรนี้จึงสมเหตุสมผล

ลองนึกถึงการเดินบนพื้นแบบแนวนอนและแนวตั้ง สองช่วงนี้คือด้าน aa และ bb ส่วนเส้นทแยงที่เชื่อมต้นทางกับปลายทางคือด้าน cc

ทฤษฎีบทพีทาโกรัสทำหน้าที่เชื่อม "ระยะสองช่วงที่ตั้งฉากกัน" กับ "ระยะตรงเส้นเดียว" จึงถูกใช้บ่อยในโจทย์ระยะทาง เส้นทแยงมุม และพิกัดบนกราฟ

พิสูจน์พีทาโกรัสแบบสั้น

วิธีพิสูจน์ที่พบได้บ่อยคือใช้เรื่องพื้นที่ สร้างสี่เหลี่ยมจัตุรัสใหญ่ด้านยาว a+ba+b แล้ววางสามเหลี่ยมมุมฉากที่เท่ากัน 4 รูปไว้ข้างใน จะเหลือพื้นที่ตรงกลางเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้านยาว cc

พื้นที่ของสี่เหลี่ยมใหญ่จึงเขียนได้สองแบบ

แบบที่หนึ่ง:

(a+b)2(a+b)^2

แบบที่สอง:

4(12ab)+c2=2ab+c24\left(\frac{1}{2}ab\right) + c^2 = 2ab + c^2

เท่ากับว่า

(a+b)2=2ab+c2(a+b)^2 = 2ab + c^2

กระจายพจน์ทางซ้ายจะได้

a2+2ab+b2=2ab+c2a^2 + 2ab + b^2 = 2ab + c^2

ตัด 2ab2ab ออกทั้งสองข้าง เหลือ

c2=a2+b2c^2 = a^2 + b^2

จุดสำคัญของการพิสูจน์นี้คือ เราใช้รูปเดียวกันแต่คำนวณพื้นที่สองวิธี แล้วได้สมการเดียวกันออกมา

ตัวอย่างโจทย์พีทาโกรัสแบบทำทีละขั้น

โจทย์: สามเหลี่ยมมุมฉากรูปหนึ่งมีด้านประกอบมุมฉากยาว 66 ซม. และ 88 ซม. จงหาด้านตรงข้ามมุมฉาก

เริ่มจากระบุด้านให้ชัด: a=6a = 6, b=8b = 8 และต้องการหา cc เพราะโจทย์ถามด้านตรงข้ามมุมฉาก

ใช้สูตร

c2=a2+b2c^2 = a^2 + b^2

แทนค่า

c2=62+82=36+64=100c^2 = 6^2 + 8^2 = 36 + 64 = 100

ถอดรากที่สอง

c=100=10c = \sqrt{100} = 10

ดังนั้นด้านตรงข้ามมุมฉากยาว 1010 ซม.

ลำดับที่ถูกต้องคือ ยกกำลังสองก่อน บวกให้เสร็จ แล้วค่อยถอดรากที่สองในขั้นสุดท้าย

ถ้ารู้ด้านตรงข้ามมุมฉาก จะหาอีกด้านอย่างไร

ถ้าโจทย์ให้ cc มาก่อน ก็ยังใช้แนวคิดเดิมได้ แต่ต้องย้ายข้างสมการ เช่น ถ้า c=13c = 13 และ b=5b = 5 จะได้

a2=c2b2=13252=16925=144a^2 = c^2 - b^2 = 13^2 - 5^2 = 169 - 25 = 144

ดังนั้น

a=12a = 12

จุดที่ต้องระวังคือ ด้านที่นำไปลบออกต้องไม่ใช่ด้านตรงข้ามมุมฉาก เพราะ cc ต้องเป็นด้านที่ยาวที่สุดเสมอ

จุดที่นักเรียนมักพลาดเวลาใช้สูตรพีทาโกรัส

1. ใช้สูตรกับสามเหลี่ยมที่ไม่ใช่มุมฉาก

ถ้าโจทย์ไม่ได้เป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก สูตรนี้ใช้ไม่ได้โดยตรง เงื่อนไขนี้สำคัญกว่าสูตรเสียอีก

2. ใส่ cc ผิดด้าน

cc ต้องเป็นด้านตรงข้ามมุมฉาก ไม่ใช่เลือกด้านไหนก็ได้ ถ้าเลือกผิด คำตอบจะเพี้ยนตั้งแต่ต้น

3. ลืมถอดราก

ถ้าคุณหาได้แค่ c2=100c^2 = 100 คำตอบสุดท้ายยังไม่ใช่ 100100 แต่เป็น c=10c = 10

4. จำผิดเป็น c=a+bc = a + b

สิ่งที่บวกกันคือกำลังสองของความยาว ไม่ใช่ความยาวตรง ๆ

ทฤษฎีบทพีทาโกรัสใช้เมื่อไร

ทฤษฎีบทพีทาโกรัสใช้บ่อยเมื่อโจทย์ถามหาระยะทางหรือความยาวด้านที่ขาดอยู่ในรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก เช่น ความยาวบันได ระยะทแยงมุมของสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือระยะระหว่างจุดสองจุดบนระนาบพิกัด

สูตรหาระยะทางบนกราฟก็เป็นการต่อยอดแนวคิดเดียวกัน โดยใช้ความต่างของพิกัดในแนวนอนและแนวตั้งแทน aa และ bb ถ้าคุณเข้าใจพีทาโกรัสดี สูตรระยะทางจะเข้าใจง่ายขึ้นมาก

ลองทำโจทย์ที่ใกล้เคียงต่อ

ลองเปลี่ยนโจทย์เป็นด้านประกอบมุมฉากยาว 55 ซม. และ 1212 ซม. แล้วหาด้านตรงข้ามมุมฉากด้วยตัวเองก่อน จากนั้นค่อยลองโจทย์กลับด้านที่ให้ c=13c = 13 และอีกด้านหนึ่งยาว 55 เพื่อฝึกการย้ายข้างสมการ

ถ้าคุณอยากต่อยอดจากแนวคิดเดียวกัน ลองอ่านเรื่องสูตรหาระยะทางบนระนาบพิกัดต่อ จะเห็นทันทีว่ามันใช้พีทาโกรัสในรูปแบบเดิม

ต้องการความช่วยเหลือในการแก้โจทย์?

อัปโหลดคำถามของคุณแล้วรับคำตอบแบบทีละขั้นตอนที่ผ่านการตรวจสอบในไม่กี่วินาที

เปิด GPAI Solver →