เศษส่วนคือจำนวนในรูป a/ba/b โดยมีเงื่อนไขว่า b0b \ne 0 ตัวบนคือ "ตัวเศษ" และตัวล่างคือ "ตัวส่วน" ถ้าต้องการจำวิธีบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนให้เร็ว ให้จำแกนหลักนี้ก่อน: บวกกับลบต้องทำตัวส่วนให้เท่ากัน ส่วนคูณกับหารไม่ต้อง

เหตุผลคือ ตัวส่วนบอกขนาดของชิ้นที่เรากำลังนับอยู่ ถ้าจะบวกหรือลบกันตรง ๆ ชิ้นนั้นต้องมีขนาดเท่ากันก่อน

เศษส่วนคืออะไร

เศษส่วน 34\frac{3}{4} หมายถึง 33 ส่วนจากทั้งหมด 44 ส่วนที่เท่ากัน ส่วน 12\frac{1}{2} หมายถึง 11 ส่วนจากทั้งหมด 22 ส่วนที่เท่ากัน

ทั้งสองจำนวนเป็น "ส่วนของทั้งหมด" เหมือนกัน แต่ขนาดของชิ้นไม่เท่ากัน จึงยังบวกหรือลบตรง ๆ ไม่ได้จนกว่าจะเขียนให้มีตัวส่วนร่วม

กฎบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนที่ควรจำ

สำหรับ b0b \ne 0 และ d0d \ne 0

ab+cd=ad+bcbd\frac{a}{b} + \frac{c}{d} = \frac{ad + bc}{bd} abcd=adbcbd\frac{a}{b} - \frac{c}{d} = \frac{ad - bc}{bd}

สองสูตรนี้มาจากการทำให้มีตัวส่วนร่วมเป็น bdbd ซึ่งใช้ได้เสมอ แต่ในโจทย์จริงคุณอาจเลือกตัวส่วนร่วมที่เล็กกว่านี้เพื่อคำนวณง่ายขึ้น

ab×cd=acbd\frac{a}{b} \times \frac{c}{d} = \frac{ac}{bd}

และถ้า c0c \ne 0

ab÷cd=ab×dc\frac{a}{b} \div \frac{c}{d} = \frac{a}{b} \times \frac{d}{c}

เงื่อนไข c0c \ne 0 สำคัญ เพราะการหารด้วยศูนย์ทำไม่ได้

สรุปสั้น ๆ คือ บวกและลบต้องทำให้ชิ้นมีขนาดเท่ากันก่อน ส่วนคูณและหารใช้กฎอีกแบบ ไม่ต้องหาตัวส่วนร่วม

ตัวอย่างเดียวที่เห็นครบทั้ง 4 แบบ

ใช้เศษส่วนคู่เดียวกันตลอดคือ 34\frac{3}{4} และ 12\frac{1}{2} เพื่อให้เห็นความต่างของแต่ละการกระทำชัด ๆ

การบวก

ทำ 12\frac{1}{2} ให้มีตัวส่วนเป็น 44 ก่อน

12=24\frac{1}{2} = \frac{2}{4}

จึงได้

34+12=34+24=54\frac{3}{4} + \frac{1}{2} = \frac{3}{4} + \frac{2}{4} = \frac{5}{4}

คำตอบนี้เท่ากับ 1141 \frac{1}{4} ด้วย แปลว่าผลบวกมากกว่า 11 ซึ่งสมเหตุสมผล

การลบ

ยังใช้ตัวส่วนร่วมเดิมได้

3412=3424=14\frac{3}{4} - \frac{1}{2} = \frac{3}{4} - \frac{2}{4} = \frac{1}{4}

การคูณ

การคูณไม่ต้องทำตัวส่วนเท่ากัน

34×12=3×14×2=38\frac{3}{4} \times \frac{1}{2} = \frac{3 \times 1}{4 \times 2} = \frac{3}{8}

ผลคูณเล็กกว่าแต่ละจำนวนเดิม เพราะกำลังหา "ครึ่งหนึ่งของ 34\frac{3}{4}"

การหาร

กลับเฉพาะเศษส่วนตัวที่สองแล้วคูณ

34÷12=34×21=64=32\frac{3}{4} \div \frac{1}{2} = \frac{3}{4} \times \frac{2}{1} = \frac{6}{4} = \frac{3}{2}

หรือเขียนเป็น 1121 \frac{1}{2} ก็ได้ คำตอบมากกว่า 34\frac{3}{4} เพราะโจทย์นี้ถามว่า "ใน 34\frac{3}{4} มีครึ่งหนึ่งอยู่กี่ครั้ง"

ทำไมการบวกเศษส่วนต้องทำตัวส่วนเท่ากัน

ลองคิดว่า 12\frac{1}{2} คือชิ้นที่ใหญ่กว่า 14\frac{1}{4} ถ้าคุณเอาแค่ตัวเศษและตัวส่วนมาบวกตรง ๆ เช่น

12+1426\frac{1}{2} + \frac{1}{4} \ne \frac{2}{6}

เหตุผลคือคุณกำลังเอาชิ้นคนละขนาดมารวมกัน การทำตัวส่วนเท่ากันคือการเปลี่ยนให้ทั้งสองจำนวนพูดภาษาเดียวกันก่อน เช่น

12=24\frac{1}{2} = \frac{2}{4}

แล้วจึงได้

12+14=24+14=34\frac{1}{2} + \frac{1}{4} = \frac{2}{4} + \frac{1}{4} = \frac{3}{4}

หลักเดียวกันนี้ใช้กับการลบด้วย ถ้าตัวส่วนยังไม่เท่ากัน ต้องทำให้เท่ากันก่อนเสมอ

จุดพลาดที่ทำให้ตอบผิดบ่อย

1. บวกตัวเศษและตัวส่วนตรง ๆ

รูปแบบอย่าง 12+13=25\frac{1}{2} + \frac{1}{3} = \frac{2}{5} ไม่ถูก ต้องหาตัวส่วนร่วมก่อน

2. คิดว่าทุกการกระทำต้องทำตัวส่วนเท่ากัน

จริงเฉพาะการบวกและการลบเท่านั้น การคูณกับหารใช้คนละกฎ

3. กลับเศษส่วนผิดตัวตอนหาร

เวลาหาร ให้กลับเฉพาะเศษส่วนตัวที่สอง ไม่ใช่กลับทั้งสองตัว

4. ไม่ย่อคำตอบ

เช่น 64\frac{6}{4} ควรย่อเป็น 32\frac{3}{2} เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น

5. ลืมเงื่อนไขเรื่องศูนย์

ตัวส่วนของเศษส่วนห้ามเป็นศูนย์ และในการหาร เศษส่วนตัวที่สองก็ห้ามมีค่าเป็นศูนย์ด้วย

เศษส่วนใช้ในเรื่องไหนบ้าง

เศษส่วนใช้บ่อยเมื่อปริมาณไม่ได้เป็นจำนวนเต็ม เช่น การแบ่งอาหาร การชั่งตวงวัด เวลา สัดส่วน และความน่าจะเป็น

ในห้องเรียน เศษส่วนยังเป็นพื้นฐานของทศนิยม ร้อยละ สมการ และพีชคณิตต่อไป ถ้ากฎ 4 แบบนี้แม่น เรื่องถัดไปจะง่ายขึ้นมาก

ลองทำโจทย์คล้ายกันต่อ

ลองใช้คู่ 56\frac{5}{6} และ 13\frac{1}{3} แล้วทำทั้งการบวก ลบ คูณ และหาร

ถามตัวเองทุกครั้งว่า "ข้อนี้ต้องทำตัวส่วนเท่ากันไหม" ถ้าตอบข้อนี้ได้ถูกตั้งแต่ต้น โอกาสทำผิดจะลดลงมาก

ถ้าอยากลองอีกแบบ ลองเปลี่ยนโจทย์ให้มีคำตอบมากกว่า 11 หรือมีคำตอบที่ย่อส่วนได้ แล้วสังเกตว่ากฎเดิมยังใช้ได้เหมือนเดิม

ต้องการความช่วยเหลือในการแก้โจทย์?

อัปโหลดคำถามของคุณแล้วรับคำตอบแบบทีละขั้นตอนที่ผ่านการตรวจสอบในไม่กี่วินาที

เปิด GPAI Solver →